บทที่ 2 ยัยขี้เมา

 “เห็นทีฉันคงต้องเรียกผู้จัดการฝ่ายบุคคลกับหัวหน้าฝ่ายเลขานุการเข้ามาคุยเป็นการส่วนตัวซะแล้ว เพราะรู้สึกว่าการปฐมนิเทศพนักงานใหม่ จะไม่ได้ผลเอาซะเลย”

ท่านประธานน้อยใจที่พนักงานใหม่จำตัวเองไม่ได้ ทั้งที่ในการปฐมนิเทศจะต้องมีการนำโปรไฟล์ผู้บริหารคนสำคัญ ๆ ขึ้นหน้าจอโปรเจกเตอร์ เพื่อให้พนักงานทุกคนได้เห็นหน้าค่าตา

“อืม...ใช่ค่ะ เพราะว่าบนโปรเจกเตอร์ รูปโปรไฟล์คุณปัณณวิชญ์เล็กกระจึ๋งเดียว ขนาดหนูนั่งแถวหน้ายังเพ่งตาแทบบอด เปลี่ยนใหม่ก็ดีค่ะ”

“รูปมันเล็กหรือว่าเป็นเธอเองที่สายตาสั้น ชั้นว่าที่จริงรูปที่ฉันให้กับฝ่ายบุคคลเอาไปทำโปรไฟล์บริษัท มันก็ได้มาตรฐานแล้ว”

“รูปคุณปัณณวิชญ์ไม่ตรงปกเองต่างหาก รูปถ่ายออกจะหล่อ หน้าตาใจดี แต่พอมาเจอตัวจริง...”

“พูดให้ดี ๆ นะ ตัวจริงฉันทำไม”

“ดุไงคะ จะดุอะไรนักหนา หนูกลัวจนตัวหดหมดแล้วเนี่ย”

“เถียงฉอด ๆ ขนาดนี้ นี่เธอกลัวฉันแล้วเหรอ”

“ก็...กลัวแล้วค่ะ ถ้าไม่กลัวจะเหมือนเมื่อกี้”

เลขาฯ หน้าใหม่พยักหน้าหงึกหงัก ตอบเสียงดังฟังชัดจนปัณณวิชญ์พูดไม่ออก ทำงานเป็นผู้บริหารระดับสูงมานานหลายปี มีแต่คนเคารพนบนอบ ใครจะไปคิดว่าวันนี้จะถูกชี้นิ้วกล่าวหา ด่ากราดแค่เพราะว่าเบ้าหน้าไม่เหมือนรูปโปรไฟล์

“ว่าแต่ฉันรูปไม่เหมือนตัวจริง รูปพนักงานเธอก็ไม่ต่างกับฉันเท่าไหร่เลย ถ้าฉันเห็นแค่รูปคงคิดว่าเธอสูงกว่านี้ เอาล่ะ เธอจะมาหาอะไรในรถของเอิงเอยก็รีบ ๆ หา แล้วก็กลับไปทำงานได้แล้ว อย่ามัวแต่อู้” คนถูกลากออกมาจากรถ เดินวกกลับไปเปิดประตูหยิบสิ่งที่ตัวเองตั้งใจมาเอา แล้วออกมายืนสั่งพนักงาน

“อู้เหรอคะ เห็นหรือเปล่า คุณไออุ่นน่ะ บู้บี้แต่หนู”

“ฉันไปบูบี้ เฮ้อ...ฉันไปว่าอะไรเธอ” ปัณณวิชญ์เผลอพูดติดคำแสลง คำแปลงมาจากเลขาฯ ตาโต หากโชคดีที่ยังได้สติ ไม่อย่างนั้นจะติดไปพูดกับคนอื่นทำให้ภาพลักษณ์เสียหายได้

“บู้บี้ว่าหนูอู้งานไงคะ หนูมาทำงานให้คุณเอิงเอยอยู่นะคะเนี่ย มาว่าหนูได้ยังไง คุณไออุ่นพูดแบบนี้หนูน้อยใจนะคะ อีกอย่างถึงหนูจะเตี้ย แต่หนูก็สวยนะคะ” แก้มป่องอมลมเข้าไปไว้ในปากจนมันพอง ตามองค้อนควักปะหลับปะเหลือกจนเขาเกือบรู้สึกสำนึกผิด

“ใครหน้าไหนมันเป็นคนพูดว่าเธอสวย”

“หื้อ ไม่ต้องมีใครบอกหรอกค่ะ บ้านหนูมีกระจก”

“เอาล่ะ ฉันไม่คุยกับเธอแล้ว อยากทำอะไรก็ทำไปเลย” ท่านประธานหนุ่มถอนหายใจ เดินส่ายหัวหันหลังตรงไปยังประตูทางเข้าอาคาร พลางคิดว่าเมื่อกลับไปถึงห้องทำงานคงต้องขอให้เลขาฯ จัดยาพารามาให้กินสักสองเม็ด

หลังจากฉิวเฉียดเกือบถูกไล่ออก เพราะไปกล่าวหาท่านประธานบริษัทว่าเป็นขโมยงัดรถ ตกเย็นในวันเดียวกัน สุชาดาได้รับภารกิจให้ติดตามปัณณรินทร์ไปร่วมงานเลี้ยงเชิงธุรกิจ นับเป็นครั้งแรกที่เธอมีโอกาสออกงานสังคมกับเจ้านาย ในฐานะเลขานุการส่วนตัว

ข้อดีของการติดตามปัณณรินทร์มาออกงานสังคมทำให้สุชาดาเห็นว่าบริษัท พี.เอ็น.ที.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) นั้นเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ ซึ่งเป็นที่รู้จักของคนในแวดวงธุรกิจมากขนาดไหน แต่ข้อเสียของมันก็มี นั่นคือทั้งเธอและปัณณรินทร์จำเป็นจะต้อง ‘ดื่ม’ ตามคำทักทาย เชิญชวน ของแขกเหรื่อในงานที่แวะเวียนมาทำความรู้จัก หรือบางคนใช้โอกาสในงานเลี้ยงหรือช่วงเวลาที่ปัณณรินทร์ดื่มไปหลายแก้วนั้น เข้ามาเสนอแนวคิดโครงใหม่ ชักชวนให้ไปร่วมธุรกิจหรือแม้แต่ฝากฝังมิตรสหาย

“สายป่าน เธอไหวหรือเปล่าเนี่ย” ปัณณรินทร์หันมามองเลขาฯ ส่วนตัว ซึ่งเวลานี้ยืนแก้มป่อง ตาเชื่อมหวานหยาดเยิ้ม บอกให้คนมากประสบการณ์รู้ในทันทีว่าเลขาฯ สาวกำลังเมา

“หนูยังไหวค่ะ” ยิ้มรับ หน้าพยัก แต่ลิ้นเปลี้ยจนเสียงที่เปล่งออกมายานคางอย่างฟังแล้วน่าเป็นห่วง

“ทนอีกหน่อย ฉันจะหาเวลาปลีกตัวออกจากงานให้”

ตอนแรกปัณณรินทร์สอบถามจนมั่นใจว่าเลขาฯ พอดื่มได้บ้างหรือเปล่า เจ้าตัวยืนยันหนักแน่นว่าดื่มเหล้า เข้าสังคมได้ แต่เธอลืมถามไปว่าคออ่อน คอแข็ง สามารถทนต่อการดื่มได้สักประมาณกี่แก้ว เพราะหากนับดูแล้วคืนนี้สุชาดาช่วยเธอดื่มไปไม่น้อยทีเดียว

เป็นสิ่งปกติที่งานสังคมอย่างนี้ การมีผู้ติดตามบางครั้งถูกนำมาเพื่อให้ช่วยแบ่งเบาภาระเรื่องการดื่ม เพื่อป้องกันไม่ให้ภาพลักษณ์ผู้บริหารเสีย และดำรงไว้ซึ่งสติอันครบถ้วนที่สุด

“ค่ะ หนูสู้ตายอยู่แล้ว”

“ไม่ถึงกับต้องสู้จนตายหรอก แค่ประคองตัวไว้ อย่าให้ถึงกับล้มกลิ้งลงไป จนทำให้ฉันต้องอายคนก็พอ”

“โอเคค่ะ” ร่างเล็กยืนโงนเงนไม่มั่นคง เพราะถูกฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เล่นงาน ตาพร่า สมองสั่งการช้าไปหมดทุกอย่าง

ขณะที่สถานการณ์จวนเจียนเกือบเข้าขั้นคับขัน เพราะมีกลุ่มนักธุรกิจอีกสามสี่คนเดินเข้ามาขอชนแก้วกับปัณณรินทร์ อยู่ ๆ ท่านประธานบริษัท กลับมาปรากฏตัวขึ้นอยู่ตรงหน้า คนเมาซึ่งเวลานี้ยืนทรงตัวบนรองเท้าส้นสูงด้วยความยากลำบากแหงนคอขึ้นไปมองท้ายทอยขาวเจ้าของความสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ก่อนจะขยับเดินไปข้างหน้า ใช้ร่างของท่านประธานเป็นเสาหลักในการยึดเกาะ 

“...!..!..” ร่างสูงยืนปักหลักอย่างมั่นคง รับแก้วไวน์มาจากบริกร ก่อนจะยกขึ้นดื่มแทนน้องสาว และเลขาฯ คออ่อนที่ยืนซ้อนหลบอยู่ด้านหลัง ใช้มือจับชายเสื้อสูทของเขาเอาไว้แน่น

รอจนการทักทายผ่านไปสักครู่ คู่พี่น้องฝาแฝดจึงปลีกตัวช่วยกันพาคนเมาออกมายืนอยู่ด้านนอกงาน เพราะเห็นว่าช่วงเวลาสำคัญ และผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งหลายเดินทางกลับไปเกือบหมดแล้ว จึงไม่จำเป็นที่พวกเขาต้องอยู่ภายในงานต่อ

“ไออุ่นมาพอดี ไหนบอกว่าไปอีกงานหนึ่งไง”

“ทางนั้นเรียบร้อยแล้ว อุ่นถึงปลีกตัวมา แล้วนี่ทำไมเลขาฯ ของเอิงเอยถึงได้เมาขนาดนี้ล่ะ”

“คงไม่คุ้นกับการดื่มไวน์น่ะ จริงสิ แล้วชัชชาติเลขาฯ ของไออุ่นล่ะ ไม่ได้มาด้วยกันเหรอ”

“ให้กลับบ้านไปแล้ว”

“แย่จริง กำลังคิดอยู่ทีเดียวว่าจะฝากให้ชัชชาติพาสายป่านกลับไปส่งคอนโดฯ หน่อย จริงสิไออุ่นก็พักแถวนั้นนี่นา เอาอย่างนี้แล้วกัน เอิงรบกวนฝากไออุ่นไปส่งสายป่านที่คอนโดฯ ที” เป็นเวลาเดียวกับปัณณวิชญ์มองไปเห็นเวธัส ว่าที่น้องเขยในอนาคตเดินตรงเข้ามาพอดี มองจากเสื้อผ้าที่สวมใส่เป็นชุดลำลองอย่างนี้ แสดงว่าคงกำลังมารับแฟนกลับบ้าน

“นี่เอิงเอยจะให้อุ่นไปส่งยัยขี้เมาเนี่ยนะ”

“ยังไงเอิงก็ไม่ไว้ใจให้สายป่านเขากลับแท็กซี่เองหรอกค่ะ เมาแบบนี้เกิดไปเจอคนไม่ดีเข้าจะทำยังไง เอาน่า ไหน ๆ ไออุ่นก็ขับรถผ่านทางนั้นอยู่แล้วนี่”

“อือ เดี๋ยวจะไปส่งให้” ตอบรับอย่างไม่เต็มใจ เพราะยังเคืองไม่หายที่เคยถูกกล่าวหาว่าเป็นขโมย แถมยัยเลขาฯ ตาถั่วยังมั่วนิ่มบอกว่าเขาไม่หล่อ มันน่าเจ็บใจก็ตรงนี้แหละ

คนเมาเดินขาปัด ขาเป๋ ถูกพามาส่งจนถึงรถ เมื่อเห็นว่าลูกน้องมีพี่ชายดูแล ปัณณรินทร์จึงวางใจกลับบ้านไปพร้อมกับเวธัส

“เฮ้อ ฉันไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้ถึงต้องมาเจอเธอตลอดเนี่ย” มือดึงสายเข็มขัดนิรภัยมาคาด เดินอ้อมไปนั่งประจำที่นั่งคนขับแล้วจึงเคลื่อนรถออกจากลานจอดหน้าโรงแรมดัง

หากแต่ขับมาเพียงไม่กี่ร้อยเมตร สาวสวยตัวเตี้ยคออ่อนกลับนอนพับ หลับฟุบเอียงตัวล้มลงมานอนหนุนตักเขาเสียอย่างนั้น

“นี่! สายป่าน ขยับลุกขึ้นไปนั่งดี ๆ” จับคอเสื้อเชิ้ตพนักงาน ออกแรงดึงให้คนเมาลุกกลับไปนั่งตัวตรง แต่เพียงไม่นานแรงโน้มถ่วงของโลกก็ดูดเอาคนสติไม่ครบให้ล้มกลับลงมานอนใหม่

ปัณณวิชญ์อ่อนอกอ่อนใจ จึงยอมเสียสละตักให้คนขี้เมาใช้มันเป็นหมอน หากแต่ความสุข ความสงบภายในรถหรูก็มีอยู่ได้เพียงไม่นาน เพราะสาวสวยมือซนกลับซบหน้า ซุกจมูกลงไปกลางเป้ากางเกง

“เป้าคุณไออุ่นหอมจังเลย ทำไมคุณไออุ่นไข่หอมจังเลยคะ”

“…!…!..”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป